บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้ 3
การประกอบกิจการให้บริการวิชาชีพบัญชี ด้านที่ถูกควบคุม จะต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญ คือ ต้องจัดให้มีหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม กำหนดคุณสมบัติบางประการของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล และความรับผิดของนิติบุคคล ขณะนี้มีวิชาชีพด้านบัญชี ที่ถูกควบคุมมีเพียงสองด้าน คือ ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ดังนั้นสำนักงานบัญชี ที่เป็นนิติบุคคล รับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี ด้วย โดยต้องจดทะเบียนภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ 23 ตุลาคม
จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ทุกด้านไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพที่ถูกควบคุมหรือไม่ก็ตาม ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณ และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอื่นตามที่กำหนดในกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ มีโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต เพิกถอนการขึ้นทะเบียน ขับจากการเป็นสมาชิก ถูกระงับการประกอบวิชาชีพ ผลกระทบในระยะแรกและระยะคาบเกี่ยวของการใช้กฎหมายใหม่ จากการพิจารณาบทบัญญัติของกฎหมายใหม่ รวมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติ พบว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ ตลอดจนผลกระทบที่ พึงมี สรุปที่สำคัญคือ
(1) การดำเนินการสอบ ผลการสอบเพื่อขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตของ กบชที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จนถึงขั้นออกใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาต ไม่ปรากฏว่ามีบทเฉพาะกาลรองรับโดยชัดแจ้งให้โอนไปให้สภาวิชาชีพบัญชี ดำเนินการต่อไป แต่เมื่อพิจารณาจากหลักการของกฎหมายที่ต้องรองรับคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายเก่า จึงเป็นเรื่องที่ทาง กบชสามารถดำเนินการประสานงานทางด้านปฏิบัติกับสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปได้
(2) เรื่องการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพทำบัญชี ที่จะต้องไปเป็นสมาชิก หรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี ไม่มีบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการดำเนินการไว้ หากจะตีความตามตัวอักษร ผู้ทำบัญชี ทุกคนจะต้องไปสมัครเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2547 มิฉะนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในระหว่างนี้
กฎหมายกำหนดให้การขึ้นทะเบียนเป็นไปตามข้อบังคับของสภาวิชาชีพบัญชี จึงต้องรอให้ออกข้อบังคับก่อน ส่วนในปัจจุบันก็ให้กำหนดระยะเว้นวรรคให้ผู้ทำบัญชี มีเวลาเตรียมตัวและไปดำเนินการขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัด
(3) ตามพระราชบัญญัติบัญชี พศ2543 ก็ให้มีการกำหนดคุณวุฒิของผู้ทำบัญชี ไว้ กฎหมายใหม่ก็มีการกำหนดคุณวุฒิการศึกษาของผู้ทำบัญชี ไว้ ฉะนั้นคงต้องประสานกันในทางปฏิบัติ อย่าให้มีการกำหนดคุณวุฒิที่เหมือนกัน มิฉะนั้นจะมีปัญหาในทางปฏิบัติตามมา
(4) ควรทำความเข้าใจกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างผู้รับผิดชอบกฎหมายทั้งสองฉบับจะดีไหมว่า พระราชบัญญัติการบัญชี พศ2543 มุ่งเน้นควบคุมกำกับดูแลการทำบัญชี ของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนพระราชบัญญัติวิชาชีพการบัญชี พศ2547 มุ่งเน้นกำกับการดูแลผู้ประกอบวิชาชีพด้านบัญชี