ระบบบัญชี สำหรับการขายสินค้า

 PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a
 PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a
 PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a
Info  PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a Density

ระบบบัญชี สำหรับการขายสินค้า
ระบบบัญชี สำหรับการขายสินค้าคืออะไร
ระบบบัญชี สำหรับการขายสินค้า คือ ระบบที่เกี่ยวกับการเสนอ การให้รายละเอียด
การจอง จนถึงการขายสินค้า วัตถุดิบ เครื่องมือเครื่องใช้ เป็นต้น
วัตถุประสงค์ของระบบบัญชี สำหรับการขายสินค้า
การวางระบบบัญชี สำหรับการขายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพจะก่อให้เกิดผล
ดังต่อไปนี้
1. ค่าขายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นขายเงินสดหรือขายเงินเชื่อก็ตาม ได้มีการบันทึกไว้
อย่างถูกต้อง
2. การนำสินค้าออกไปจากที่เก็บ ไม่ว่าจะนำไปขายหรือเพื่อการใดก็ตาม จะต้อง
อยู่ในความควบคุมอย่างดีเพื่อป้องกันการทุจริต
3. เพื่อให้สินค้าที่ส่งไปให้ลูกค้านั้นเป็นสินค้าที่มีการสั่งซื้อโดยถูกต้อง
4. เงินที่ได้รับชำระหนี้จากการขาย ได้มีการลงบัญชี อย่างถูกต้อง
5. มีการแยกหน้าที่เกี่ยวกับการขายและการรับเงินออกจากกัน โดยให้มีการ
ตรวจสอบซึ่งกันและกันเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับเงินจากค่าขายทุกรายการ
6. มีการควบคุมอย่างพอเพียงสำหรับการขายเชื่อ ทั้งนี้เพื่อให้มีการตรวจสอบ
ความถูกต้องได้เป็นประจำ และการมีการควบคุมภายในเกี่ยวกับลูกหนี้
อย่างดีด้วย
ประเภทของการขายสินค้า
ประเภทของการขายสินค้า แบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้
- ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ คือ การขายสินค้าที่ยังไม่ได้รับชำระเงินในขณะที่ทำ
การขาย
- ขายสินค้าเป็นเงินสด คือ การขายสินค้าที่ได้รับชำระเงินทันทีที่ได้ทำการขาย
นอกจากจะแบ่งประเภทของการขายได้ตามประเภทดังกล่าวแล้วยังสามารถ
แยกย่อยได้เป็นดังนี้

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน6

Info  PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a Density

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน6
การวางแผนการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมระหว่างรายรับและรายจ่าย ครอบครัวต้องมีรายรับ มากกว่ารายจ่าย หากพบว่ารายรับน้อยกว่ารายจ่าย ต้องหาแนวทางนำเงินมาใช้จ่ายให้เพียงพอ โดย อาจต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่าย แต่การกู้ยืมเงินไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพียงแต่ช่วยให้การ ใช้จ่ายมีสภาพคล่องชั่วขณะเท่านั้น และในระยะยาวยังส่งผลให้ครอบครัวมีภาระหนี้สินจำนวนมา ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยซึ่งจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามระยะเวลาที่ยาวนานในการกู้ยืมเงิน เป็นปัญหาที่ แก้ไขได้ยาก สำหรับการแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องในการใช้จ่ายเงินหรือปัญหารายรับไม่ เพียงพอกับรายจ่ายนั้นมีแนวทางดังนี้
1.
การตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดภาระการจ่ายเงินออกจากครอบครัว เช่น รายจ่ายเกี่ยวกับการพนัน สิ่งเสพติดของมึนเมา รายจ่ายฟุ่มเฟือย เป็นต้น เป็น การสร้างนิสัยมิให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
2.
การลดรายจ่ายที่จำเป็นลง เพื่อสร้างนิสัยการประหยัด อดออม การใช้ทรัพยากร ที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้มค่า เช่น การปลูกผัก ผลไม้ไว้รับประทานเอง เพื่อช่วยลด ค่าอาหาร และค่าเดินทางไปตลาด อีกทั้งทำให้สุขภาพดีอีกด้วย ลดการใช้ น้ำมันเชื้อเพลิงแล้วหันมาออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน หรือ การเดิน การ วิ่งแทนการขับรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ เป็นต้น
3.
การเพิ่มรายรับ หารายได้เสริมนอกเวลาทำงานปกติ เช่น การใช้เวลาว่างรับจ้าง ตัดเย็บเสื้อผ้า การขายอาหารหลังเลิกงาน การปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ไว้ขาย เป็นต้น
4.
การทำความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัด รู้จักอดออม การใช้ทรัพยากรต่างๆ ลด ละ เลิก รายจ่ายหรือสิ่งที่ไม่จำเป็น และ ช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอ เหมาะสมกับเศรษฐกิจปัจจุบัน

บทสรุป
การจัดทำบัญชี ครัวเรือน หรือ บัญชี รายรับรายจ่ายนี้ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการจดบันทึก รายการต่างๆ ที่เป็นเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีภายในครอบครัว รู้จักช่วยเหลือ แบ่งปันกันในสังคม มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากการจด บันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ประชาชนทุกคนรู้จักการบริหารจัดการด้านการเงินและการวาง แผนการทำงานทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ การทำบัญชี ครัวเรือนทำให้ครอบครัวมีความสุข ใช้ชีวิตโดยยึดหลักความพอเพียง มีเหตุมีผล รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความพอประมาณ การเงินมีสภาพ คล่อง รู้จักการเก็บออม ทุกคนรู้ถึงแหล่งที่มาของรายรับและการใช้ไปของค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน สามารถนำข้อมูลการใช้จ่ายมาวางแผนบริหารการเงินในอนาคตได้
ค่ะสำหรับวันนี้ดิฉันอาจารย์จันทร์เพ็ญ ดวงแก้ว หัวหน้าสาขาวิชาการบัญชี มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา ขอจบรายการเจ้าพระยาวิชาแต่เพียงเท่านี้นะคะและจะพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปค่ะ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน5

Info  PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a Density

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน5
ข้อควรระวังในการจัดทำบัญชี ครัวเรือน คือ ลืมบันทึกบัญชี ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการ บันทึก และส่งผลให้ไม่อยากบันทึก ผู้จัดทำเข้าใจผิดในรายการบัญชี ไม่เข้าใจรายการที่เป็นรายรับ จึงไม่ได้บันทึกบัญชี เช่น ลูกส่งเงินมาให้พ่อแม่สำหรับใช้จ่ายทุกวันสิ้นเดือน แต่พ่อแม่ไม่ได้บันทึก บัญชี รายรับเนื่องจากเข้าใจว่าเงินที่ได้รับมานั้นมิได้เกิดจากการประกอบอาชีพของตนเองหรือ เข้าใจผิดรายการหนี้สินแต่บันทึกว่าเป็นรายรับ ทำให้มิได้เก็บเงินไว้สำหรับจ่ายชำระหนี้ในอนาคต เช่น ยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ถึงแม้จะได้รับเงินมาแต่รายการดังกล่าวไม่ถือ ว่าเป็นรายรับเนื่องจากตนเองมีภาระผูกพันที่ต้องชดใช้ในอนาคต ซึ่งอาจต้องชดใช้เงินต้นพร้อม ด้วยดอกเบี้ยด้วย จากสาเหตุดังกล่าวอาจทำให้ครอบครัววางแผนการใช้จ่ายเงินผิดพลาด
ส่วนข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่งคือ การเขียนชื่อรายการผิด การบันทึกตัวเลขผิด การบวก หรือการลบจำนวนเงินผิดอาจเกิดจากการลืมจดบันทึกรายการบัญชี หรือบันทึกรายการซ้ำๆ กัน หลายรายการ ปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการคำนวณจำนวนเงินกระทบยอดเงินคงเหลือในบัญชี กับ ยอดเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวมีอยู่จริง หรือยอดเงินที่เก็บไว้สำหรับใช้จ่ายจริง หากพบว่ายอดเงิน คงเหลือในบัญชี เท่ากับยอดเงินคงเหลือในบัญชี เงินฝากธนาคาร แสดงว่าการจัดทำบัญชี ถูกต้อง แต่ หากกระทบยอดแล้วยอดเงินทั้งสองไม่เท่ ากันอาจเกิดจากการบันทึกบัญชี ผิดพลาด หรือเงินสดของ

ครอบครัวสูญหาย นะคะ มาถึงตอนนี้แล้วท่านผู้ฟังหลายท่านอาจนึกในใจแล้วว่าการจดบันทึกเป็น สิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากสำหรับการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี การเงินขาดสภาพคล่อง ด้วยแล้วละก็คิดว่าหลายท่านคงอยากจะหันมาจดบันทึกรายรับและรายจ่ายกันบ้างแล้วนะคะ
สำหรับช่วงนี้เรามาพักฟังเพลงกันก่อนนะคะ
ค่ะสำหรับช่วงสุดท้ายนี้เราจะมาสรุปกันค่ะว่าการจดบันทึกสำคัญกับการวางแผนเพื่ออนาคต อย่างไรบ้างนะคะ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน4

 PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a
Info  PR: n/a  I: 74  L: 0  LD: 56  I: 7  Rank: 14907319  Age: n/a  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: no  Rank: n/a  Price: n/a Density

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน4

การทำบัญชี ชีครัวเรือนมีความสำคัญดังนี้
1. ทำให้ตนเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจ่าย หนี้สิน และเงินคงเหลือในแต่ละวัน รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น รายได้จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากธนาคาร หรือ จากเงินให้กู้ยืม รายได้ จากการขายสินค้าหรือบริการ เป็นต้น
รายจ่าย หรือ ค่าใช้จ่าย คือ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่จ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่งตอบแทน กลับมา สิ่งตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟฟ้า (ค่าสาธารณูปโภค)

ค่าน้ำมัน ค่าหนังสือตำรา เป็นต้น หรือรายจ่าย อาจไม่ได้รับสิ่งตอบแทนคือสินค้าหรือบริการก็ได้ เช่น เงินบริจาคเพื่อการกุศล เงินทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นต้น
หนี้สิน คือ ภาระผูกพันที่ต้องชดใช้คืนในอนาคต การชดใช้อาจจ่ายเป็นเงินหรือของมีค่าที่ ครอบครัวหรือตนเองมีอยู่ หนี้สินเป็น เงินหรือสิ่งของที่มีค่าที่ครอบครัวหรือตนเองได้รับมาจาก บุคคลหรือแหล่งเงินภายนอก เช่น การกู้ยืมเงินจากเพื่อนบ้าน การกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆ การซื้อ สินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อ การซื้อสินทรัพย์เป็นเงินผ่อนชำระ หรือการเช่าซื้อ เป็นต้น
เงินคงเหลือ คือ เงิน หรือ ทรัพย์สินที่วัดมูลค่าได้ หลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏ รายรับมากกว่ารายจ่ายจะทำให้มีเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชี เรียกว่า กำไร แต่หากหลังจากนำ รายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับจะทำให้เงินคงเหลือติดลบหรือทางบัญชี เรียกว่าขาดทุน นั่นเอง
2. นำข้อมูลการใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมาจัดเรียงลำดับความสำคัญของรายจ่าย และ วางแผนการใช้จ่ายเงิน โดยพิจารณาแต่ละรายการในแต่ละวันมีรายจ่ายใดที่มีความสำคัญมาก และ รายจ่ายใดไม่จำเป็นให้ตัดออก เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อการ ออมทรัพย์สำหรับใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นในอนาคต บัญชี ครัวเรือนถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติตาม แนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลัก 3 ข้อคือ การพอประมาณ ถ้ารู้รายรับรายจ่าย ก็จะใช้แบบ พอประมาณ แต่ มีเหตุผล รู้ว่ารายจ่ายใดจำเป็นไม่จำเป็น และเมื่อเหลือจากใช้จ่ายก็เก็บออม นั่นคือ ภูมิคุ้มกัน ที่เอาไว้คุ้มกันตัวเราและครอบครัว บัญชี ครัวเรือนสามารถจัดได้หมด จึงนับว่ามี ประโยชน์มาก

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน3

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน3
การทำบัญชี ครัวเรือนในด้านเศรษฐกิจ หรือการบันทึกรายรับรายจ่ายที่ทางราชการ พยายามส่งเสริมให้ประชาชนได้ทำกัน นั่น เป็นเรื่องการบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันประจำเดือน ว่า มีรายรับจากแหล่งใดบ้าง จำนวนเท่าใด มีรายจ่ายอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด ในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือน และ ปี เพื่อจะได้เห็นภาพรวมว่า ตนเองและครอบครัวทีรายรับเท่าใด รายจ่ายเท่าใด คงเหลือ เท่าใด หรือ เงินไม่พอใช้เท่าใด คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับ และสำรวจว่ารายการใดจ่ายน้อยจ่ายมาก จำเป็นน้อยจำเป็นมาก จำเป็นน้อย อาจลดลง จ่ายเฉพาะที่จำเป็นมาก เช่น ซื้อกับข้าว ซื้อยา ซื้อเสื้อผ้า ซ่อมแซมบ้าน การศึกษา เป็นต้น ส่วนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้ลด ละ เลิก เช่น ซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้า เล่นการพนัน เป็นต้น เมื่อนำรายรับ รายจ่าย มาบวกลบกันแล้วขาดดุลเกินดุลไปเท่าใด เมื่อเห็นตัวเลข จะทำให้เราคิดได้ว่าสิ่งไม่จำเป็นนั้นมีมากหรือน้อยสามารถลดได้หรือไม่ เลิกได้ ไหม ถ้าไม่ลดไม่เลิกจะเกิดอะไร กับตัวเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ หากเราวางแผนการรับ การจ่ายเงินของตนเองได้ เท่ากับว่า รู้จักความเป็นคนได้พัฒนาตนเอง ให้เป็นคนมีเหตุมีผล เป็นคน รู้จักพอประมาณ เป็นคนรักตนเอง รักครอบครัว รักชุมชน และรักประเทศชาติมากขึ้นจึงเห็นได้ว่า การทำบัญชี ครัวเรือน ในเรื่องรายรับรายจ่าย ก็คือวิถีแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาชีวิต ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ปรัชญาชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม พอดี สอดคล้องถูกต้องตามกฎธรรมชาติที่มีทั้งความเป็นเอกภาพและดุลยภาพอยู่เสมอ
ค่ะและสำหรับตอนนี้เรามาพักฟังเพลงกันก่อนนะคะ (……………………………………………………………)
ค่ะหลังจากเราฟังเพลงกันแล้วเรามารับฟังสาระกันต่อนะคะ การทำบัญชี ครัวเรือนเป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันของครัวเรือน และสามารถ นำข้อมูลมาวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดการออม การใช้จ่ายเงิน อย่างประหยัดคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน2

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน2
การทำบัญชี คือ การจดบันทึก ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขปัจจัยในการดำรงชีวิตของตัวเอง และ ภายในครอบครัว ชุมชน รวมถึงประเทศ ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกจะเป็นตัวบ่งชี้อดีตปัจจุบันและ อนาคตของชีวิตของตัวเอง สามารถนำข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ข้อมูลที่ได้ ที่บันทึกไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต ในครอบครัว
ในประเทศได้ บัญชี ครัวเรือน มิได้หมายถึง การทำบัญชี หรือบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันเท่านั้น แต่ อาจหมายถึงการบันทึกข้อมูลด้านอื่น ๆ ในชีวิต ในครอบครัว เป็นต้น ของเราได้ด้วย เช่น บัญชี ทรัพย์สิน พันธุ์พืช พันธุ์ไม้ ในบ้านเราในชุมชนเรา บัญชี ความรู้ความคิดของเรา บัญชี ผู้ทรงคุณ ผู้รู้ ในชุมชนเรา บัญชี เด็กและเยาชนของเรา บัญชี ภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ของเรา เป็นต้น หมายความว่า สิ่งหรือเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตของเรา เราจดบันทึกได้ทุกเรื่อง หากประชาชนทุกคนจดบันทึกจะมี ประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ ครอบครัวเรียนรู้ ชุมชน เรียนรู้ และประเทศเรียนรู้การเรียนรู้เป็นที่มาของปัญญา ปัญญาเป็นที่มาของความเจริญทั้งกาย

สังคม ใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์จะเห็นว่า การทำบัญชี หรือการจดบันทึกนี้สำคัญยิ่งใหญ่มาก บุคคลสำคัญในประเทศหลายท่านเป็นตัวอย่างที่ดีของการจดบันทึก เช่น ท่านพุทธทาส ในหลวง และสมเด็จพระเทพ ล้วนเป็นนักบันทึกทั้งสิ้น การบันทึก คือ การเขียน เมื่อมีการเขียนย่อมมีการ คิด เมื่อมีการคิดย่อมก่อปัญญา แก้ไขปัญหาได้โดยใช้เหตุผลวิเคราะห์พิจารณา ได้ถูกต้อง นั่นคือ ทางเจริญของมนุษย์

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน1

บัญชี ครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน1
สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังรายการทุกท่านสำหรับเช้าวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2552 นี้ ก็เป็นวันสุดท้ายของ สัปดาห์แล้วนะคะ บางท่านอาจได้หยุดประจำสัปดาห์ในวันพรุ่งนี้แต่อาจมีหลายท่านยังคงทำงาน ต่อไป สำหรับทุกท่านที่ยังมีงานประจำทำทุกวันหรือมีธุรกิจที่ทำอยู่ปกติ ในสภาวะเศรษฐกิจที่มี ปัญหาอยู่เช่นทุกวันนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะคะ ส่วนอีกหลายท่านที่ประสบปัญหาตก งานก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านสู้ต่อไปค่ะ อย่าท้อแท้นะคะ ก่อนที่เราจะเข้าสู่สาระกันในวันนี้ก็ อยากจะมอบบทเพลงเป็นกำลังใจให้ทุกท่านต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ และร่วมกันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ในปัจจุบันไปได้ทุกคนนะ เราควรศึกษาสาระความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การบันทึกเพื่อวางแผน อนาคต จดแล้วไม่จน กันค่ะ
จากสภาวะสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสวัตถุนิยม และความฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ จนทำให้ คนไทยหลงเดินทางผิดไปตามกระแสนิยมจนกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินที่ไม่มีวัน จบสิ้น อย่างไรก็ตามคนไทยยังมีทางออก ซึ่งการจะดำรงชีวิตให้อยู่รอดภายใต้สังคมในปัจจุบัน แนวทางหนึ่งที่ประชาชนไทยควรยึดถือคือการพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ และไม่ประมาท ตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมองเห็นถึง ความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง รู้จักความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ คำนึงถึงหลัก เหตุผลและการประมาณตนเอง พร้อมกับทรงเตือนสติประชาชนคนไทยไม่ให้ประมาท โดยเฉพาะ การใช้จ่ายเงินอันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต จึงควรจัดทำระบบบัญชี

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้ 3

บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้ 3

การประกอบกิจการให้บริการวิชาชีพบัญชี ด้านที่ถูกควบคุม จะต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญ คือ ต้องจัดให้มีหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม กำหนดคุณสมบัติบางประการของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล และความรับผิดของนิติบุคคล ขณะนี้มีวิชาชีพด้านบัญชี ที่ถูกควบคุมมีเพียงสองด้าน คือ ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ดังนั้นสำนักงานบัญชี ที่เป็นนิติบุคคล รับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี ด้วย โดยต้องจดทะเบียนภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ 23 ตุลาคม
จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ทุกด้านไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพที่ถูกควบคุมหรือไม่ก็ตาม ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณ และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอื่นตามที่กำหนดในกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ มีโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต เพิกถอนการขึ้นทะเบียน ขับจากการเป็นสมาชิก ถูกระงับการประกอบวิชาชีพ ผลกระทบในระยะแรกและระยะคาบเกี่ยวของการใช้กฎหมายใหม่ จากการพิจารณาบทบัญญัติของกฎหมายใหม่ รวมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติ พบว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ ตลอดจนผลกระทบที่ พึงมี สรุปที่สำคัญคือ
(1) การดำเนินการสอบ ผลการสอบเพื่อขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตของ กบชที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จนถึงขั้นออกใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาต ไม่ปรากฏว่ามีบทเฉพาะกาลรองรับโดยชัดแจ้งให้โอนไปให้สภาวิชาชีพบัญชี ดำเนินการต่อไป แต่เมื่อพิจารณาจากหลักการของกฎหมายที่ต้องรองรับคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายเก่า จึงเป็นเรื่องที่ทาง กบชสามารถดำเนินการประสานงานทางด้านปฏิบัติกับสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปได้
(2) เรื่องการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพทำบัญชี ที่จะต้องไปเป็นสมาชิก หรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี ไม่มีบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการดำเนินการไว้ หากจะตีความตามตัวอักษร ผู้ทำบัญชี ทุกคนจะต้องไปสมัครเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2547 มิฉะนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในระหว่างนี้
กฎหมายกำหนดให้การขึ้นทะเบียนเป็นไปตามข้อบังคับของสภาวิชาชีพบัญชี จึงต้องรอให้ออกข้อบังคับก่อน ส่วนในปัจจุบันก็ให้กำหนดระยะเว้นวรรคให้ผู้ทำบัญชี มีเวลาเตรียมตัวและไปดำเนินการขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัด
(3) ตามพระราชบัญญัติบัญชี พศ2543 ก็ให้มีการกำหนดคุณวุฒิของผู้ทำบัญชี ไว้ กฎหมายใหม่ก็มีการกำหนดคุณวุฒิการศึกษาของผู้ทำบัญชี ไว้ ฉะนั้นคงต้องประสานกันในทางปฏิบัติ อย่าให้มีการกำหนดคุณวุฒิที่เหมือนกัน มิฉะนั้นจะมีปัญหาในทางปฏิบัติตามมา
(4) ควรทำความเข้าใจกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างผู้รับผิดชอบกฎหมายทั้งสองฉบับจะดีไหมว่า พระราชบัญญัติการบัญชี พศ2543 มุ่งเน้นควบคุมกำกับดูแลการทำบัญชี ของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนพระราชบัญญัติวิชาชีพการบัญชี พศ2547 มุ่งเน้นกำกับการดูแลผู้ประกอบวิชาชีพด้านบัญชี

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้ 2

บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้ 2
ถึงแม้จะจัดตั้งเป็นสภาวิชาชีพบัญชี ก็มิได้หมายความว่าจะอิสระปราศจากการกำกับดูแล
ของทางราชการโดยสิ้นเชิง เพราะสภาวิชาชีพบัญชี ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ

คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้แทน
โดยตำแหน่ง และมีกรรมการประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งจากส่วนราชการที่
เกี่ยวข้อง และสถาบันภาคเอกชน 3 สถาบัน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 คน
การควบคุมการประกอบวิชาชีพบัญชี
4.1 ความหมายของการประกอบวิชาชีพบัญชี กฎหมายใหม่ให้ความหมายไว้ คือ การประกอบวิชาชีพด้าน การทำบัญชี การสอบบัญชี การบัญชี บริหาร การวางระบบบัญชี การบัญชี ภาษีอากร การศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี การบริการเกี่ยวกับการบัญชี ด้านอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
4.2 วิชาชีพการบัญชี ที่ถูกควบคุม
วิชาชีพการบัญชี ที่ถูกควบคุมตามกฎหมายใหม่ มีดังนี้
(1) วิชาชีพด้านการสอบบัญชี ต้องได้รับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ก่อน จากเดิมที่ต้องขออนุญาตจาก กบชเป็นต้องขออนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี
สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตตามกฎหมายเดิม ก็ให้ถือว่าเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตตามกฎหมายใหม่ จนกว่าใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุหรือถูกเพิกถอน คือยังปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี ต่อไปได้
(2) วิชาชีพด้านทำบัญชี
เดิมผู้ทำบัญชี ไม่ถูกควบคุม เพียงแต่ต้องมีคุณสมบัติ คุณวุฒิด้านการศึกษาตามที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พศ2543 แต่ตามกฎหมายใหม่ผู้ทำบัญชี เป็นวิชาชีพที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย จากการควบคุมมีผลต่อผู้ทำบัญชี คือ
กต้องไปสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี หรือ
ขหากไม่อยากเป็นสมาชิก ก็ต้องไปขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี
(3) การประกอบวิชาชีพด้านบัญชี นอกจากผู้สอบบัญชี และผู้ทำบัญชี แล้ว ต้องมีพระราชกฤษฎีกาออกมากำหนดว่าวิชาชีพด้านบัญชี ด้านใดอีกที่จะต้องถูกควบคุมในการประกอบวิชาชีพบัญชี

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้ 1

บัญชี น่ารู้เรื่อง กฎหมายวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ที่ควรรู้1

ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ส่วนใหญ่จะเข้าใจและหมายถึงผู้ประกอบอาชีพหลักสองอาชีพคือ ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี แต่ความจริงยังรวมถึงอาชีพที่เกี่ยวกับการบัญชี อีกหลายแขนง เช่น การเป็นผู้บริหารหรือวางแผนด้านบัญชี แต่เดิมกฎหมายหลักที่ควบคุมกำกับการดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่เป็นอาชีพหลักใหญ่สองอาชีพดังกล่าวคือ ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี คือ พระราชบัญญัติการบัญชี พศ2543 และพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พศ
ในปัจจุบัน มีกฎหมายที่ควบคุมกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ฉบับใหม่ออกใช้บังคับแล้ว นั่นคือ พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พศ2547 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2547 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2547 ซึ่งถือเป็นวันดี เพราะตรงกับวันปิยมหาราช หลักการของกฎหมายฉบับใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากกฎหมายเดิมค่อนข้างมาก หลักการที่สำคัญอาจสรุปได้ ดังนี้
กำหนดให้มีสภาวิชาชีพบัญชี มีฐานะเป็นนิติบุคคล หลักการให้มีการควบคุมดูแลกันเอง

คล้ายคลึงกับสภาวิชาชีพอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เช่น แพทยสภา สภาทนายความ เป็นต้น โดยสภาวิชาชีพบัญชี มีอำนาจหน้าที่โดยสรุป ดังนี้
กำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
ควบคุมการประกอบวิชาชีพโดยรับขึ้นทะเบียนออกใบอนุญาต
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี บางด้าน
ออกข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี
กำหนดคุณสมบัติ คุณวุฒิการศึกษาของผู้ประกอบวิชาชีพ
กำหนดให้มีคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชี ภายใต้สภาวิชาชีพ เพื่อพิจารณากำหนด
มาตรฐานการบัญชี และจัดทำมาตรฐานการบัญชี
ควบคุมความประพฤติ จรรยาบรรณของสมาชิกและผู้ประกอบวิชาชีพ
กำหนดให้มีคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี
ในระยะเริ่มแรกให้คณะกรรมการสมาคมนักบัญชี และผู้สอบบัญชี รับอนุญาตแห่งประเทศ ไทย ทำหน้าที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี จนกว่าคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติ สภาวิชาชีพบัญชี จะเข้ารับหน้าที่ โดยให้นายกสมาคมเป็นนายกสภาวิชาชีพบัญชี

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี ต้นทุนสำหรับธุรกิจภาคผลิต กรณีศึกษา

บัญชี ต้นทุนสำหรับธุรกิจภาคผลิต กรณีศึกษา
คุณสมเกียรติ ธนวรนันท์
ผู้จัดการและเจ้าของกิจการ
บริษัท เอ็กซ์-ตร้า เซฟตี้ จำกัด
ถ้าพูดถึงตลาดรวมของอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือ TC ผ้าปิดจมูก หมวก แว่นตา รองเท้าเซฟตี้ หรือ
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการป้องกันอันตรายขณะทำงาน บริษัท เอ็กซ์-ตร้า เซฟตี้ จำกัด ของคุณสมเกียรติ ธนวรนันท์
เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่แบ่งเค้กก้อนใหญ่กันอยู่
“เฉพาะตัวผมเองก็ 40 กว่าล้านในปีนี้ “
คุณสมเกียรติเล่าว่า สินค้าพวก ถุงมือ TC ธงชาติ ธงเซฟตี้ ผ้าปิดจมูก ผ้าปิดจมูกคาร์บอน KV-02
รองเท้าเซฟตี้ X-TRA X-PRO DRAGON รองเท้าผ้าใบ X-PRO ธุรกิจประเภทนี้ยอดสั่งซื้อค่อนข้างตายตัว
เป็นไปตามปริมาณของโรงงานที่มีอยู ่ ปัจจุบันคุณสมเกียรติมีทั้งที่ผลิตในยี่ห้อของตัวเอง และรับจ้างผลิตให้กับ
ยี่ห้ออื่นๆ ขณะเดียวกันโดยส่วนตัวก็สนใจตลาดต่างประเทศ เพราะทุกครั้งที่เข้าไปเสนอสินค้าด้วยตัวเอง มัก
ถูกตั้งคำถามว่าส่งออกหรือเปล่า? เป็นการจุดประกายให้กับตัวคุณสมเกียรติอย่างมาก ประกอบกับมีลูกค้า
หลายรายได้นำสินค้าของบริษัทไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว แต่จากประสบการณ์ของเพื่อนๆ ใน
แวดวงธุรกิจเดียวกันที่เคยเสนอแผนการลงทุนร่วมกับบริษัทในประเทศเกาหลี แตก่ ็มีอันต้องลม้ เลิกไปเพราะ
การคำนวณต้นทุนไม่มีรายละเอียด คุณสมเกียรติจึงสนใจเข้าอบรมในหลักสูตรบัญชี ต้นทุนสำหรับภาคการ
ผลิต
“ทุกวันนี้การคิดต้นทุน ผมคิดคนเดียว แต่คิดแล้วเราไม่ได้บวกค่าแรง ค่าเสียเวลาเราเข้าไป เพราะ
อย่างเมื่อสมัยก่อนก็ไม่ได้คิดคำนวณละเอียดอย่างนี้ คิดแต่ว่าซื้อมาเท่านี้ สมมติผลิตมา 3 บาท เราพอใจอยาก
ได้ 5 บาทเราก็บวกไป โดยที่เราไม่รู้ว่าค่าขนส่ง บิลที่ออกไปชุดละเท่าไหร่ บิลมีแก้ มีกลับมา เพราะปกติทุกวันนี้
ก็มีพิมพ์บิลไปที่อยู่ผิด ไม่รับของ ต้องวิ่งกลับมา กว่าเราจะมีไปก็อีกอาทิตย์นึง กว่าจะวางบิล แล้วอีกอย่าง
สมมติว่าเราส่งโรงงานโรงหนึ่ง เราส่งสินค้าบิลหนึ่งเราต้องไป 3 ครั้ง ส่งสินค้าครั้งหนึ่ง วางบิลครั้งหนึ่ง และรับ
เช็คอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้คิด เราคิดแค่เราพอใจบวกตรงนี้ เราก็บวกเข้ามาเท่านั้นเอง ดูอีกครั้ง เราก็รู้ว่า
เราลืมตรงนั้น ตรงนี้ไปมาก” คุณสมเกียรติเปรียบเทียบให้ฟัง
“เนื้อหาในการอบรมก็เป็นอย่างที่คิดไว้ แต่ครั้งนี้เหมือนกับเรามาหาจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้าม ต้อง
มีรายละเอียดปลีกย่อย บางอย่าง ผมมองข้ามไป เช่น แรงงาน ระยะเวลาที่ทำ คือตัวผมผลิตรองเท้าผ้าใบ ต้อง
เอาเม็ดพลาสติกมาคอมปาวด์เป็นพื้น ก็มีของเสียทุกวัน สมมติว่า เราฉีดออกมาเราได้คู่หนึ่งเราไปชั่งน้ำหนักก็
ประมาณไปเลยว่า 3 กิโลฯ ได้กี่คู่ โดยที่เราไม่รู้ว่าของเสียก็อยู่ในนั้น พนักงานฉีดทีเสียที หน้าผ้าเสีย เขาก็ไม่ได้
จดอะไรไว้ให้ เราไม่ได้นึกถึงมาก่อนเลย คิดแต่ว่าคงไม่เท่าไหร่
อย่างวันหนึ่งเสีย เรามองแล้วก็คิดว่าแค่วันละ 5-6 คู่ ช่างมัน เราไม่รู้ว่าผลเสียเป็นเท่าไหร่ แต่ถ้าผลิต
เอง ก็เหมือนกับว่าคู่หนึ่งเราตั้งเวลาไว้ประมาณ 2 นาที แต่ปรากฏว่า ฉีด 2 คน ข้างซ้าย ข้างขวา คนหนึ่งนำ อีก
คนหนึ่งช้า สาเหตุเป็นเพราะเครื่องมันเอเรอร์ กลายเป็นว่า ข้างขวานำไป 500 ข้าง ข้างซ้ายเพิ่งตามมาแค่ 300
ข้าง ปรากฏว่าเราต้องมาเสียค่าโอทีคนนี้อีก 200 ข้าง ตรงนี้มันเป็นปกติของเครื่องอยู่แล้ว เราต้องมาคิดค่า
โอที 200 ข้างเป็นเท่าไหร่
ตอนนี้ก็ทำแค่ค่าถัวเฉลี่ยว่าวันหนึ่งฉีดได้ 350 คู่ ต่ำกว่านี้ก็แค่ บวก ลบ คู่สองคู่ มากกว่านี้u3648 .ราก็ไม่ได้
สนใจ” จากจุดที่มองข้ามไปทำให้คุณสมเกียรติ มองย้อนไปยังกิจการของตนเองและเตรียมประยุกต์ใช้ใน
รูปธรรมอย่างทันที
“ได้แบบฟอร์มไว้มาก มีวางตัวพนักงานไว้แล้ว จะไปพรีเซนต์ต่อ แต่เราก็ยังคุมอยู่ ดูแล้วน่าจะได้ผล
แบบฟอร์มเกี่ยวกับการคิดต้นทุนการผลิต ซึ่งตัวนี้น่าใช้ อาจจะเอาไปใช้เลย เพราะที่เขายกตัวอย่างโรงงาน
ที่ผลิตถุงมือ ใกล้เคียงกัน มีการใช้เคมี ผมก็มีการใช้เคมี สูญเสีย ผมก็มี ซึ่งเราไม่ได้คิดตรงนั้น คา่ แพ็คกิ้ง
ค่ากล่องอะไรก็เหมือนกัน เมื่อก่อนระหว่างขนส่ง เราส่งไป 100 คู่ บางทีคนงานไปทับๆ กัน พอไปส่งกล่องก็
แตกต้องกลับมาเอากล่องนอก กล่องใน ไม่ได้คิดอะไร ลูกค้าบอกแตกก็เอาไปเปลี่ยนแค่นั้น แต่นี่อาจารย์คิด
หมด เป็นต้นทุนต่อหน่วย เป็นชั่วโมงแรงงานออกมา ซึ่งเราไม่ได้บวกตรงนั้นมา เราก็แค่ 8 โมงครึ่ง 5 โมงครึ่ง
ได้กี่คู่ก็จบแค่นั้น เราเน้นว่าส่งลูกค้าทันก็แค่นั้น ลูกค้าบอกอาทิตย์หน้าส่งก็ต้องส่ง ไม่ทันก็ทำโอที เราไม่คิดค่า
การผลิต พอมาเรียนแล้วก็คิดละเอียด
บัญชี ก็คิดแต่ตัวเลขอย่างเดียว แค่รับมาขายไป ซึ่งไม่ใช่งานของเขา เพราะต้นทุนบัญชี ก็ไม่จำเป็นที่
จะต้องรู้ ในการอบรมครั้งนี้ ตัวหลักๆ ที่ผู้ประกอบการควรจะเก็บไว้เปน็ ข้อสังเกต ก็คือวิธีคิด ซึ่งละเอียดมาก”
คุณสมเกียรติเจ้าของกิจการผลิตอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในการทำงานกล่าวชื่นชมถึงการอบรมในครั้งนี้เป็น
การทิ้งท้าย

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged , , , , , | Leave a comment

บัญชีต้นทุน การทำบัญชี ต้นทุน

บัญชีต้นทุน การทำบัญชี ต้นทุน
หลายกิจการที่ทำบัญชี ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น โปรแกรมบัญชี สำเร็จรูป ที่มีขายอยู่ใน
ท้องตลาด มีให้เลือกหลายยี่ห้อ
ในการซื้อโปรแกรมบัญชี สำเร็จรูปมาใช้ว่า “การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เราสามารถใช้ได้ แต่
ควรเลือกซื้อที่เป็นระบบเปิด เพื่อที่จะพัฒนาโปรแกรมให้เข้ากับระบบการผลิตของเราได้” เพราะโปรแกรม
สำเร็จรูปทั่วไป เขียนขึ้นมาสำหรับใช้ในกิจการแต่ละประเภทก็จริง แต่ในด้านรายละเอียดของแต่ละกิจการ
แม้จะในประเภทเดียวกันก็มีรายละเอียดที่ต่างกันไป การคำนวณบัญชี ต้นทุนควรจะ ”เริ่มจากคนก่อนเครื่อง”
โดยเฉพาะเจ้าของกิจการควรจะรู้วิธีการคำนวณต้นทุนที่แท้จริง หรือจะให้ดีที่สุดเจ้าของกิจการควรจะเป็น
ผู้ลงมือทำเองด้วย ไม่ใช่ขึ้นชื่อว่าบัญชี ก็จะต้องเป็นฝ่ายบัญชี ทำ
การทำบัญชี ต้นทุนเพื่อหาต้นทุนการผลิตที่แท้จริงได้ เราจะต้องรู้ทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นจน
สิ้นสุดกระบวนการ แต่ละกระบวนการจะมีเอกสารในการสั่งงาน สั่งวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าล่วงเวลางาน ฯลฯ
จากตรงนี้เราสามารถนำมาคำนวณต้นทุนการผลิต หาจุดคุ้มทุนของเราได้ง่ายขึ้น
การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนโดยใช้สมการ
กำไรสุทธิ = ขาย – ต้นทุนคงที่ – ต้นทุนผันแปรได้
ขาย = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปรได้ + กำไรสุทธิ
สมการ SP (x) = FC + VC (X) + NI
SP = ราคาขายต่อหน่วย
(X) = จำนวนหน่วยที่ขาย
FC = ต้นทุนคงที่
VC = ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย
NI = กำไรสุทธิรวม
การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนโดยใช้กำไรส่วนเกิน
จุดคุ้มทุนเป็นจำนวนหน่วย = ต้นทุนคงที่รวม
กำไรส่วนเกินต่อหน่วย
***
กิจการที่ไม่ได้คำนวณหากำไรส่วนเกินไว้ก่อน ก็คำนวณจุดคุ้มทุน
จุดคุ้มทุนเป็นจำนวนหน่วย = ต้นทุนคงที่รวม
ขาย – ต้นทุนผันแปรได้
***
ในกรณีที่เจ้าของกิจการต้องการกำไร 60,000 บาท ก็สามารถคำนวณด้วยสูตรต่อไปนี้
สูตร = ต้นทุนคงที่ + กำไรที่ต้องการ
กำไรส่วนเกิน
หรือ = ต้นทุนคงที่ + กำไรที่ต้องการ
ขาย – ต้นทุนผันแปรได้
การนำกำไรส่วนเกินต่อหน่วยไปหารต้นทุนคงที่บวกกำไรที่ต้องการ เพื่อหาจำนวนหน่วยที่ขาย เพื่อให้
ได้กำไรที่ต้องการนั้น เพราะว่าเมื่อกำไรส่วนเกินชดเชยต้นทุนคงที่ได้ทั้งหมด กิจการคุ้มทุนแล้ว หากขายเกิน
จากปริมาณคุ้มทุนไปอีก กำไรส่วนเกินของสินค้าที่ขายเกินจากปริมาณคุ้มทุนนี้จะเป็นกำไรสุทธิทั้งหมด
หน่วยขายเกินจุดคุ้มทุนที่ทำให้ได้รับกำไรที่ต้องการ โดยนำกำไรส่วนเกินไปหารกำไรที่ต้องการ ดังนั้น
จำนวนขายที่ต้องการกำไรจำนวนหนึ่ง = ต้นทุนคงที่ + กำไรที่ต้องการ
กำไรส่วนเกินต่อหน่วย กำไรส่วนเกินต่อหน่วย
สูตร ยอดขาย ณ จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่
อัตรากำไรส่วนเกิน
หรือ = ต้นทุนคงที่
1 – ต้นทุนผันแปรได้
ขาย
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาขาย
หากราคาขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ได้กำไรส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น และต้นทุนผันแปรไม่มีการ
เปลี่ยนแปลง กำไรต่อหน่วยก็จะสูงขึ้น ทำให้ปริมาณการขายเพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุนลดลง กิจการก็จะได้กำไรหรือ
บรรลุถึงจุดคุ้มทุนเร็วขึ้น
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในต้นทุนผันแปรได้
จุดคุ้มทุนเป็นจำนวนหน่วย = ต้นทุนคงที่
กำไรส่วนเกินต่อหน่วย
เมื่อราคาต่อหน่วยลดลง หรือต้นทุนผันแปรได้ต่อหน่วยเพิ่มขึ้น กำไรส่วนเกินต่อหน่วยจะลดลง และ
เมื่อราคาขายเพิ่มขึ้u3609 . หรือต้นทุนผันแปรได้ลดลง จะทำให้ปริมาณขายที่จำเป็นเพื่อให้กิจการคุ้มทุนลดลง
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในต้นทุนคงที่
จุดคุ้มทุนเป็นจำนวนหน่วย = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น
กำไรส่วนเกินต่อหน่วย
การเปลี่ยนแปลงต้นทุนคงที่จะมีผลทำให้จุดคุ้มทุนเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนเดียวกัน
ระดับการทำงานเพื่อให้ได้กำไรที่ต้องการ
ปริมาณการขายเพื่อให้ได้กำไรที่ต้องการ = ต้นทุนคงที่ + กำไรที่ต้องการ
กำไรส่วนเกินต่อหน่วย
ปริมาณการขายที่ทำให้ได้กำไรสุทธิ = ต้นทุนคงที่ + กำไรสุทธิหลังหักภาษีที่ต้องการ
หลังหักภาษีเงินได้ 1 – อัตราภาษีเงินได้
กำไรส่วนเกินต่อหน่วย
เมื่อรู้สูตรต่างๆ เหล่านี้ ผู้ประกอบการก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการคำนวณหาบัญชี ต้นทุนของ
ตนเองได้ ไม่ยากนัก ถ้าจะให้นาวาธุรกิจมุ่งไปยังฝั่งแห่งความสำเร็จ ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจและใส่ใจใน
รายละเอียดของการคำนวณหาต้นทุน ให้ได้เข็มทิศธุรกิจที่แม่นยำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงในการบรรลุสู่
ความสำเร็จที่ตั้งไว้ในการจัดทำ บัญชีต้นทุน

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชีต้นทุน ข้อมูลที่ได้จากการทำบัญชี

บัญชีต้นทุน ข้อมูลที่ได้จากการทำบัญชี ได้แก่
• ข้อมูลต้นทุนในการซื้อ-ขายสินค้า และการบริการ
• ข้อมูลแสดงประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของกิจการ เช่น วัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายการผลิต
• ข้อมูลแสดงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนในแต่หน่วยงาน สายการทำงาน
• ข้อมูลการวางแผนกำไร
• ข้อมูลการเปรียบเทียบกำไรกับเป้าหมาย
• ข้อมูลแสดงถึงความสามารถในการบริหารงานของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการประสานงาน
ระหว่างหน่วยงาน
• ข้อมูลแสดงต้นทุนในหน่วยงานย่อยแต่ละหน่วย
• ข้อมูลแสดงการเปลี่ยนแปลงต้นทุนและกำไร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของการผลิตและการขาย
• ข้อมูลช่วยในการประเมินผลในการลงทุนระยะยาว ให้สัมพันธ์กับทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด
• ข้อมูลเพื่อช่วยในการบริหารจัดการการเงิน
• ฯลฯ
ประโยชน์มากมายอย่างนี้ ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการอย่างคุณ คงทราบแล้วว่าบัญชี ต้นทุน
สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวโดยเฉพาะในระบบ บัญชีต้นทุน

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชีต้นทุน ทำไมต้องมีต้นทุนหลายประเภท

บัญชีต้นทุน ทำไมต้องมีต้นทุนหลายประเภท
การแยกแยะต้นทุนการผลิตออกเป็นหลายประเภทดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อเทียบกับผลที่จะได้รับแล้ว
คงไม่ยากเกินไปที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการจะเห็นความสำคัญ มีผู้ประกอบการหลายรายที่ละเลยใน
เรื่องของการทำบัญชี ต้นทุน เพียงเพราะเห็นว่าการทำบัญชี ก็แค่ค่าบวก ลบ ตัวเลข ค่าใช้จ่าย ซื้อมาเท่าไร จะ
เอากำไรเท่าไร ก็บวกเข้าไป ให้ครอบคลุมกับค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างแรงงาน เท่านั้นก็พอ
แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจำแนกต้นทุนไม่ใช่เพียงแค่นั้น ยังมีวัตถุประสงค์อื่นอีก
1. เพื่อรายงานในงบการเงินให้กับบุคคลภายนอก เช่น สรรพากร เพื่อการคำนวณภาษี
2. เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมต้นทุนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรม ในแง่ของการผลิต สินค้า
บางตัวที่ลูกค้าสั่ง อาจต้องเพิ่มเติมความเฉพาะตัวของสินค้า ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวัตถุดิบบางตัว ซึ่งมีผลไปถึง
ราคาซื้อวัตถุดิบ ฯลฯ เพื่อนำมาคำนวณต้นทุนการผลิต หรือการหาวัตถุดิบตามที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้ส่งสินค้า
ได้ทันตามความต้องการของลูกค้า
3. เพื่อการจัดสรรต้นทุนให้กับหน่วยงานต้นทุน เช่น ตามแผนกต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์
4. เพื่อการตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ
เห็นถึงวัตถุประสงค์ของการจำแนกประเภทของต้นทุนออกมามากมายถึงอย่างนี้แล้ว แน่นอนว่า
ประโยชน์ที่จะได้รับก็ต้องมากไม่น้อยไปกว่ากัน
ประโยชน์ของบัญชี ต้นทุน…คุณได้อะไร
ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร คำถามแรกๆ ที่ตั้งขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ คือ ลงทุนเท่าไหร่ ? ทุกคนรู้ว่า”ทุน”
เป็นสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นกิจการ แต่ไม่ทุกคนที่จะเห็นประโยชน์ของการบริหารต้นทุนด้วยการทำบัญชี ต้นทุน
ซึ่งจะเป็นข้อมูลอย่างดีให้กับเจ้าของกิจการ หรือ ผู้บริหารได้เป็นอย่างดีในระบบบัญชี

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

บัญชี การทำบัญชี สำหรับหน่วยที่บกพร่อง

บัญชี การทำบัญชี สำหรับหน่วยที่บกพร่องเป็นหน่วยที่จะถูกนำกลับไปทำใหม่ในเวลาต่อมา ต้นทุนของการ
ทำใหม่โดยปกติจะกระจายเข้ากับงานทุกๆ งาน โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอัตราโสหุ้ยการผลิตที่กำหนดขึ้น
ล่วงหน้า
การสิ้นเปลือง (Waste) หมายถึง วัตถุที่ขาดหายไป หรือระเหิด ระเหยไปในระหว่างการผลิต ซึ่งไม่มี
มูลค่ากลับคืนได้ เช่น ก๊าซ ควัน และของเหลือที่ขายไม่ได้ หากนำไปกำจัดทิ้งก็จะต้องเสียต้นทุนเพิ่มขึ้น
เศษซาก (Scrap) หมายถึง วัตถุที่เหลืออยู่จากการดำเนินงานผลิตบางประเภท ซึ่งมีมูลค่ากลับคืน
แต่มีจำนวนน้อย เช่น เศษไม้ เศษโลหะ เศษซากเหล่านี้อาจขายหรือนำมาใช้ได้อีก
การทำบัญชี สำหรับเศษซาก เป็นบันทึกความทรงจำในบัตรรายละเอียดวัตถุ โดยไม่ต้องบันทึกบัญชี
ใดๆ จะเอามูลค่าขายของเศษซากมาชดเชยกับต้นทุนโสหุ้ยการผลิต เมื่อนำเศษซากส่งคืนคลังเก็บ
ของเสียปกติ (Normal Spoilage) หมายถึง ของเสียที่เกิดขึ้นภายใต้สภาพการณ์ดำเนินงานที่
ประสิทธิภาพ ถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตของหน่วยที่ดี
ของเสียเกินปกติ (Abnormal Spoilage) หมายถึง ของเสียที่ไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นภายใต้
สภาพการณ์ดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนของเสียเกินปกติเป็นต้นทุนที่เสียไป และเป็นเครื่องวัดการไร้
ประสิทธิภาพ
ต้นทุนของเสียจะต้องกระจายเข้างานผลิตต่างๆ ทั้งหมด โดยผ่านขั้นตอนของโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน
แทนที่จะถือว่าของเสียนี้เป็นภาระของงานผลิตงานหนึ่งงานใดโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ยังมีต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม ต้นทุนจม ต้นทุนเสียโอกาส ฯลฯ ซึ่งการแจกแจง
ประเภทของต้นทุนจะทำให้เจ้าของกิจการทราบถึงที่มาที่ไปของต้นทุนที่แท้จริง พร้อมๆ ไปกับการหา
ข้อบกพร่องที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และแก้ไขจุดบกพร่องดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged , , , , | Leave a comment